วันอังคารที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2562

แชร์เก็บไว้ทีเดียวคุ้ม !! 5 อันดับเครื่องสำอางค์ ที่ต้องซื้อจาก "ญี่ปุ่น"


Image result for เครื่องสำอางค์ญี่ปุ่น

แชร์เก็บไว้ทีเดียวคุ้ม !! 5 อันดับเครื่องสำอางค์ ที่ต้องซื้อจาก "ญี่ปุ่น"
แพลนปลายปีนี้จะไปไหนเอ่ย? เชื่อว่าหลายคนเลยที่มีแพลนจะไปเที่ยวญี่ปุ่น ก็แหม่ญี่ปุ่นก็น่าเที่ยวเนอะ มีของให้กินให้ช็อปเยอะแยะ แต่พอไปถึงจริงๆแล้ว ก็ตาลาย ไม่รู้จะซื้ออะไรดี พอจะซื้อได้ได้แต่ของอะไรไม่รู้ ไม่เวิร์คเลย เอาหล่ะอย่าให้การไปญี่ปุ่นของเราครั้งหน้าเสียเที่ยว เราจึงรวบรวม 5 อันดับเครื่องสำอางค์ที่ควรซื้อมาให้ได้เลือกกัน รีบเเชร์เก็บไว้เลย

#1 Shu Uemura Cleansing Oil

Image result for shu uemura cleansing oil
เป็นคลีนซิ่งออยล์ที่ฮิตเหนือกาลเวลา ใช้ดีมากจนหมดไม่รู้กี่ขวด เพราะฉะนั้น ไปญี่ปุ่นต้องซื้อตุนไว้เยอะๆ

#2 Three Concentrate Lotion
Image result for three concentrate lotion
สาวหน้าแห้งสุดๆ ต้องจัดตัวนี้ซักหน่อยแหละ เพราะหน้าจะชุ่มชื้นขึ้นมาในบัดดลแถมชุ่มชื้นนานด้วย แก้ปัญหาหน้าแห้งได้ดี

#3 Three Balancing Cleansing Oil

Image result for three balancing cleansing oil
นี่เป็นสินค้าตัวเชิดหน้าชูตาของแบรนด์นี้เลยแหละ บิวตี้บล็อกเกอร์หลายคนทั้งในไทยและเมืองนอกก็แนะนำตัวนี้แหละเช็ดเครื่องสำอางค์หมดเกลี้ยง

#4 Ettusais Pore Care Clay
Image result for Ettusais Pore Care Clay
มาส์กโคลนทาที่สิวอักเสบ ใช้ดีตามเคย เห็นผลตั้งแต่ครั้งแรก



#5 Hada Labo Retinol Lifting and Firming Lotion

Image result for Hada Labo Retinol Lifting and Firming Lotion
ตัวนี้จะช่วยเรื่องความกระชับ ลดริ้วรอย เป็นอีกหนึ่งตัวที่ฮิตมาก



วันพฤหัสบดีที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

เงินขาดมือ ชักหน้าไม่ถึงหลัง กรรมเกิดจากอะไร


ปัญหาของเงินขาดมือ หรือชักหน้าไม่ถึงหลัง นั้น คงจะทำให้หลายๆ ท่านทุกข์ใจ เป็นอย่างมาก ได้เงินมาเท่าไร ก็ไม่พอใช้ และก็ไม่มีเก็บ วันนี้ผมจึงเอาคติธรรม จากครูบาอาจารย์ มาให้รับชม เผื่อจะเป็นประโยชน์ และเป็นข้อคิดในการใช้ชีวิต ว่าเพราะอะไร เราจึงเป็นหนี้เป็นสิน หรือทำมาค้าขายไม่ดี ชีวิตทำอะไรก็ไม่เจริญ และได้เงินมาเท่าไรก็หมด ไม่พอใช้ เรามาดูกันว่า ชีวิตที่เราพบเจอนั้น เกิดจากบาปกรรมอะไรครับ 

เหตุจากกรรมเก่า คนที่มีปัญหาเรื่องเงินขาดมือ อยู่บ่อยๆนั้น อาจจะเกิดจาก การกระทำในอดีตชาตินั้น เคยทำทาน มาไม่ครบ ตามเหตุและปัจจัย ซึ่งหมายถึง เวลาในการทำทานนั้น ยังมีจิตที่ตกอยู่ ยังคงเสียดายทาน ที่ทำไป อย่างเช่น ตั้งใจว่า จะทำทาน ด้วยอาหารคาวหวาน 4 อย่าง ผลไม้ 5 อย่าง พอเอาเข้าจริง หรือเวลาลงมือปฏิบัติ ในทานนั้น กลับรู้สึกเสียดาย หรือว่าด้วยเหตุอะไรก็ตาม จึงทำทานนั้น น้อยลงไป จากที่เคยตั้งใจไว้ เช่น ไปลดปริมาณของลงเสีย ให้เหลือเพียงอย่าง หรือสองอย่าง ไม่ตรงกับที่ตั้งใจไว้ หรือลดคุณภาพ วัตถุทาน ที่จะทำนั้น ด้วยความเสียดายเป็นเหตุ 

ครูบาอาจารย์ ท่านได้เมตตากล่าว ถึงการตั้งใจสร้างบุญ หรือไปรับปากพระสงฆ์ แล้วไม่ได้ทำ หรือทำเกิน ที่รับปาก ที่จะมีผล ต่อเรื่องเงินทองมาก โดยให้พิจารณาดังนี้ 

๑.ทำน้อยกว่าที่ตั้งใจ เงินทองจะขาดมือบ่อย มักจะมีแต่ปัญหา การเงินตลอดเวลา คาดหวังว่า จะได้เงิน มักจะพลาดไม่ได้ดังใจหวัง 

๒.ทำเท่ากับที่ตั้งใจ จะมีความสุขตามบุญที่ทำ เงินทองไม่ขาดมือ มีใช้แต่ไม่ค่อยเหลือเก็บ ยังช่วยเหลือใครไม่ได้ หรือช่วยได้แต่น้อยมาก 

๓.ทำมากกว่าที่ตั้งใจเอาไว้ เงินทองจะมากมาย เหลือกินเหลือใช้ โชคลาภเข้ามา อย่างไม่ทันตั้งตัว อยู่ๆ ก็มีเงินทองเข้ามา และเป็นถูกต้อง ถูกธรรมด้วย และสามารถ ไปช่วยเหลือคนอื่น ได้ตลอดเวลา เป็นบุญงอก ที่งอกเงย ทำให้คนผู้นั้น พบกับความสุขความเจริญ ซึ่งทั้ง ๓ ประเภทนี้ ใครอยากรวย อยากมีเงิน ก็ขอให้คิดเอาเองว่า จะทำบุญแบบไหนดี เมื่อได้ตั้งใจ เอาไว้แล้ว 

การที่เงินทอง ต้องขาดมือบ่อยๆ หรือหมุนไม่ทันนั้น อีกสาเหตุหนึ่ง มาจากการ ที่วัตถุทาน ที่เอามาสร้างบุญนั้น ไม่บริสุทธิ์ อาจจะมีบาป เจือปน คือ วัตถุทานนั้น อาจจะซื้อมา ด้วยเงินที่ไม่บริสุทธิ์ เป็นเงินมาจาก การได้มาทางอบายมุข เช่น เงินจากการเล่นการพนัน หวยเถื่อน หรือ เงินมาจาก การเบียดเบียนผู้อื่น หรือมาจากการทำร้าย ทำลายชีวิตเบียดเบียนผู้อื่น เช่น การไปฆ่าไก่ มาต้มข่าถวายพระ การไปเด็ดดอกไม้ จากสวนเพื่อนบ้าน โดยไม่ขออนุญาต เอามาถวายพระ เป็นต้น ด้วยเหตุนี้ บุญกุศลที่เคยทำมา จึงมีลักษณะแบบ ครึ่งๆ กลางๆ ขาดๆ หายๆ เดี๋ยว ก็มีเงินทองมาก พอผ่านไปสักระยะ เงินก็ขาดมือ หมุนไม่ทัน จะไปหยิบยืมใครเขา ก็ยาก เพราะไม่มีบุญ เชื่อมกับเขาไว้พอ หรือเกิดความยากลำบาก เจอกับอุปสรรค กว่าจะได้รับ การช่วยเหลือ บางครั้ง ต้องโดนเขาต่อว่า ต่อขาน หรือดูถูกเอา ซึ่งคนที่เขาต่อว่า ดูถูกเหล่านี้ เขาอาจเคยเป็น เจ้ากรรมนายเวร คือ เคยเป็นเจ้าของ วัตถุทาน ที่เราเคยไปขโมยเขามาก่อน เป็นต้น 

เหตุจากกรรมใหม่ การที่เรา หาเงินได้ แบบชักหน้าไม่ถึงหลังนั้น ไม่ใช่ว่า จะเกิดจากกรรมเก่า เพียงอย่างเดียว เราต้องมาพิจารณาว่า เราทำเหตุให้ตรงกับผล หรือไม่ คือ พิจารณา จากการกระทำในปัจจุบัน ซึ่งเห็นได้ชัดเจน กว่ากรรมเก่าในอดีต ยกตัวอย่างเช่น ในการประกอบอาชีพ เราเป็นคนใจเร็ว ตัดสินพลาดในบางครั้ง อาจจะทำให้ชวดโอกาสสำคัญ ก็ให้ใช้ ปัญญาตรึกตรอง ให้รอบคอบก่อนตัดสินใจ หากบอกว่า ไม่มีความรู้ความสามารถ ก็ต้องพยายาม ขวนขวายเรียนรู้ เพื่อเอาความรู้นั้น มาเปลี่ยนเป็นเงิน ตัวของเรา ยังเป็นคนที่ใช้เงิน ด้วยอารมณ์ มากกว่าเหตุผล ก็หันกลับด้าน ความคิดเสีย ให้ดูว่า ของที่เราจะซื้อนั้น สมควรหรือไม่ ที่จะซื้อ เมื่อซื้อแล้ว ทำให้เราต้องเงินขาดมือ หรือไม่ ของที่จะซื้อ รอได้อีก หรือไม่ พิจารณาให้ดีๆ ส่วนหนึ่ง ที่เงินขาดมือ มาจากการซื้อของ โดยไม่คิดเน้น ซื้อของโดย มุ่งประโยชน์เทียม มากกว่าประโยชน์แท้ เช่น เงินเดือนน้อยอยู่แล้ว แต่ชอบนำเงิน ไปใช้จ่าย โดยไม่จำเป็น ต้องเปลี่ยนเสื้อผ้า กระเป๋ารองเท้า ทุกเดือน หรือซื้ออุปกรณ์ ที่เป็นเทคโนโลยี แบบเกินกว่าความจำเป็น ต้องใช้จริง ในชีวิตประจำวัน เป็นต้น ซึ่งเราต้องเปลี่ยนพฤติกรรม โดยหันมาประหยัด เน้นประโยชน์แท้ มากกว่าประโยชน์เทียม หากยังเป็นคนไม่อดออม สุรุ่ยสุร่าย ออกไปกินข้าวนอกบ้านทุกวัน รายจ่ายมากกว่ารายได้ ขาดปัญญาในการใช้เงิน ก็ย่อมต้องมีปัญหา ทางการเงิน อยู่ตลอดเวลา การแก้ไข ควรเป็นไปทั้งสองทาง ทั้งทางโลก และทางธรรม เพื่อให้เกิด การเสริมแรง ซึ่งกันและกัน 

การแก้ไขกรรมในทางโลก เกือบทุกคนนั้น ล้วนต้องมี “หนี้” อยู่ มากบ้างน้อยบ้าง ใครที่เป็นหนี้เป็นสิน คนอื่นอยู่ ต้องอย่าหลบ อย่าหนี ให้ติดต่อเจ้าหนี้ เพื่อแสดงความรับผิดชอบ เท่าที่กำลังจะทำได้ หากยังไม่ได้ ในขณะนี้ ก็ต้องทำการขอโทษเขา และขอโอกาสเขา ที่จะแก้ตัว ขอผ่อนใช้เขาไป จะน้อย หรือมาก ก็ต้องทำ ถ้าทำไม่ได้ อย่าไปรับปากส่งเดช จะทำให้เกิดกรรมใหม่ ที่หนักกว่ากรรมเก่า ยิ่งกว่าเดิม เป็นการสร้างรอยแผล และผูกแค้นให้กับเจ้าหนี้อีก ซึ่งการแสดงความรับผิดชอบ และจริงใจ ในการจะรับผิดชอบหนี้ ที่เกิดขึ้น อย่างน้อย ก็จะเป็นการผ่อนคลาย ความตึงเครียดต่อเจ้าหนี้ ให้เขาเกิดความเชื่อมั่นว่า คนเป็นลูกหนี้ จะไม่เบี้ยว หรือหนีหายไป ส่งผลให้กรรมทั้งหลาย อาจคลายตัวให้เบาบางลง นอกจากนั้น เรายังต้องพิจารณาตนเอง ให้สม่ำเสมอว่า เราเองยังเป็นคน ที่หาเงินไม่คล่อง ถ้าเพราะเราไม่มีช่องทาง หรือไม่มีคน สนับสนุน ก็ต้องแสวงหา ต้องเปิดประตูโอกาส ด้วยตัวเอง เริ่มจากการสร้างนิสัย ในการอ่อนน้อมถ่อมตน ความเย่อหยิ่งจองหองนั้น ไม่เคยช่วยชีวิต ให้ใครสบายขึ้น ผู้ที่มีความอ่อนน้อมถ่อมตน แบบไม่ประจบประแจง ย่อมได้รับความเมตตา ช่วยเหลือได้ดีกว่า คนที่เสแสร้ง หรือเย่อหยิ่ง หากผู้ที่เราไปขอความช่วยเหลือ มีบุญร่วมกันมา ก็ยิ่งถือเป็นเรื่องง่าย โดยสังเกตได้จาก อัธยาศัยไมตรี ในการพูดคุยครั้งแรก หากถูกชะตา หรือเข้าหาได้ง่าย ก็แสดงว่า มีความเกี่ยวพันกัน มาก่อนในทางที่ดี 

การแก้ไขในทางกรรม ทางแก้ไขในเรื่องนี้ แบบเร่งด่วน เพื่อให้ได้ผลทันใจนั้น ควรหมั่นทำทาน เสียใหม่ ซึ่งประกอบไปด้วยทาน ๓ อย่าง ที่เกิดบุญมาก อย่างสม่ำเสมอ คือ วัตถุทาน ธรรมทาน และอภัยทาน ซึ่งมีดังนี้ 

๑. วัตถุทาน ที่จะทำ เอาแบบที่ตั้งใจทำ แบบไหน แค่ไหน ให้ทำแบบนั้น อยากทำ ๑ บาท ก็ ๑ บาท อยากทำ ๑๐๐ บาท ก็ ๑๐๐ บาท อยากถวายข้าวเปล่า ก็ข้าวเปล่า ไม่ต้องเสียดาย ในการทำทานทุกครั้ง ควรระวัง อย่าให้จิตตก ไปพะวงว่า คนที่รับทานนั้น เขาจะเอาวัตถุทาน หรือปัจจัยนั้น ไปทำอะไร ยิ่งวัตถุทานนั้น เป็นสิ่งที่จำเป็นมาก ต้องใช้ในชีวิตของเรา แต่เราเสียสละ ให้คนอื่นได้ จะยิ่งมีอานิสงส์มาก 

๒. ธรรมทาน คือ การเอาความรู้ ไปช่วยให้เขาพ้นทุกข์ เป็น วิทยาทาน ไม่ว่าจะเป็นทางโลก และทางธรรม เช่น ไปสอนเขาปลูกผัก ให้ถูกต้อง ไปสอนเขาทำอาหาร ให้ดีให้เก่ง สอนวิชาช่าง ไปทำเป็นอาชีพได้ บอกทางให้เขา ได้เดินชีวิตถูกต้อง การให้กำลังใจเขา ให้สู้ชีวิต การไปร่วมพิมพ์หนังสือธรรมะ หนังสือสวดมนต์ หรือแม้แต่เรา ไม่มีเงินแม้แต่บาทเดียว ก็เป็นผู้นำบุญ ไปบอกไปเชิญชวน ให้คนมาร่วมพิมพ์หนังสือ หรือชวนคนทำบุญ ถือว่าเป็นธรรมทานทั้งสิ้น 

๓. อภัยทาน เรื่องนี้เป็นบุญใหญ่ที่สุด ลักษณะการทำนั้น ทำได้ง่ายด้วยตัวเอง ไม่ต้องเสียเงินทอง แต่อภัยทาน แม้รูปแบบจะทำได้ง่าย แต่ว่า กลับทำได้ยากที่สุด ในทานทั้งหมด เพราะว่าวิสัยของปุถุชน ย่อมมีความโกรธ ความอาฆาตพยาบาท อยู่ในกมลสันดานอยู่แล้ว ซึ่งต้องหมั่นฝึกฝน ทำให้เป็นประจำ ซึ่งถ้ามีพรหมวิหาร 4 คือ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา เป็นหลัก จะช่วยให้ง่ายขึ้น และสำเร็จได้แบบสบายๆ การให้อภัยนั้น ควรเริ่มจากการตั้งจิต ให้สงบเสียก่อน คือให้ละจาก อารมณ์โกรธเคียดแค้นใดๆ ให้ได้ก่อน แม้ความขัดเคืองในใจ ยังมีอยู่ แต่อย่างไรก็ตาม ต้องทำให้ จิตสงบนิ่งให้ได้ ขอให้คิดว่า กรรมใดๆ เรื่องร้ายๆ ที่เกิดขึ้นนั้น เราเคยไปสร้างกรรมเวรไว้กับเขา เมื่อถึงเวลาเขา ก็ต้องมาเอาคืน เป็นการดีแล้ว ที่เราใช้หนี้เขาไปเสีย จะได้ไม่ติดค้างกันอีก หมดสิ้นกันเสียที จากนั้น ให้อโหสิกรรม ต่อเจ้ากรรมนายเวรเขาเสีย ไม่ให้มีเวรกรรม ติดค้างผูกพันกันอีก ต่อมาคือ ให้อภัยต่อคนรอบข้างทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นใคร เป็นพ่อแม่ พี่น้อง ลูก ญาติมิตร คนร่วมงานกัน คู่ค้า ลูกค้า สัตว์เลี้ยง สรรพสัตว์ต่างๆ หมั่นให้อภัยทานบ่อยๆ จิตเราจะมีกำลังมาก ทำอะไร ก็สำเร็จ ไม่มีกรรมมาเหนี่ยว มาขวางเอาไว้ แต่ต้องให้อภัยทั้งหมด ทั้งกาย วาจา และใจ และที่สำคัญ พยายามให้คนรอบข้าง ที่มีส่วนในชีวิตของเรา ให้อโหสิกรรมต่อกัน และกัน 



การสร้างทานใหญ่ด้วย วัตถุทาน ธรรมทาน อภัยทาน ควรทำในทุกๆ วัน ยิ่งวันละหลายครั้ง ก็จะยิ่งดีขึ้น อย่างทันตาเห็น เคล็ดลับสำคัญคือ การทำทาน ให้เป็นประโยชน์แก่คนหมู่มาก เพราะยิ่งเกิดประโยชน์มากเท่าใด โชคลาภจะหลั่งไหล มาสู่ไม่ขาดสาย เงินทองจะไม่ขาดมือ ไม่มีขัดสน ด้วยอานิสงส์บุญที่ทำลงไป เช่น ร่วมสร้างถนน โรงพยาบาล ร่วมซื้อเครื่องมือแพทย์ สร้างพระพุทธรูปองค์ใหญ่ สร้างมหาเจดีย์ หรือโรงทาน เป็นต้น เมื่อทำทานครั้งใด เสร็จสิ้น ให้อุทิศบุญ ไปให้เจ้ากรรมนายเวร เขาทันที พูดด้วยภาษาง่ายๆ ก็ได้ ให้เขามารับบุญกุศลนี้ ถ้าเขาพอใจแล้ว ยินดีในบุญแล้ว ขอให้เขาอโหสิกรรมให้ ถอนตัวไป จากการขัดขวางในเรื่องเงินนี้ และต้องระบุไปอย่างเจาะจงเลย การที่เราไม่บอก แบบเจาะจง ว่าเดือดร้อนเรื่องอะไร เจ้ากรรมนายเวร อาจนึกว่าเป็นดอกเบี้ยกรรม จึงนิ่งเฉย ไม่ถอนตัวออกไป เพราะเขาไม่รู้ว่า เราต้องการอะไรกันแน่ 

นอกจากเจ้ากรรมนายเวรแล้ว เราต้องอุทิศบุญ ให้กับเทวดาประจำตัว ดวงวิญญาณ ที่ดูแลคุ้มครองเราอยู่ ซึ่งทุกคนนั้น ตามความเชื่อ มีเทวดาประจำตัว อย่างน้อย 2 ตนขึ้นไป และดวงวิญญาณ ที่คุ้มครองด้วย ท่านเหล่านี้ มาจากคนที่รักเรา เมตตาเรา อย่างจริงใจ และมีกรรมดี ผูกพันกันมา อาจจะเป็นบรรพบุรุษ ในอดีตชาติ พ่อแม่ ปู่ย่าตายาย พี่น้อง ลูก ญาติ หรือเพื่อนสนิท ครูบาอาจารย์ ที่ตายไปแล้ว และอยู่ในภพภูมิอื่น ท่านยังเป็นห่วง จึงมาดูแลเราอยู่ 

เพราะฉะนั้น เราต้องหมั่นอุทิศบุญ ส่งไปให้ท่าน เพื่อให้ท่าน มีบุญเพิ่มขึ้น และสายใยแห่งบุญ ที่เหนียวแน่น มั่นคง ท่านจะรัก และเมตตาเรา มากขึ้นไปอีก ท่านเหล่านี้ มีอำนาจในระดับหนึ่ง ที่จะช่วยดลใจให้เรา พบช่องทางการหาเงิน ที่ถูกต้อง ถูกธรรม ไม่มีกรรมชั่วติดมาด้วย ช่วยดลใจให้เราพบคนดีที่จะช่วยเหลือ ดลใจให้เราพบโชคลาภ ที่ถึงเวลาจะได้ จากที่เคยช้า ก็จะเร็วขึ้น 

ขออนุโมทนาบุญ และกราบขอบพระคุณครูบาอาจารย์ทุกท่าน ที่ให้คติธรรม และข้อคิด ในการดำเนินชีวิต และขออนุโมทนาบุญ กับทุกท่านที่มีส่วนร่วมในการจัดทำคลิบนี้ และรับชมคลิบนี้ สาธุครับ 

ขอบคุณที่มา http://purifilm.blogspot.com/2017/12/ep20.html

วันพฤหัสบดีที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2562

แก้กรรมที่ทำให้ไม่รวยสักที





บางคนมีคำถามว่าทำไมไม่รวยสักที ทำทุกวิถีทางแล้วก็ไม่รวยเป็นเพราะอะไร ทำไม ?
....คำตอบอาจจะไม่มีใครบอกคุณได้ บางทีอาจจะเป็นเพราะผลกรรมที่คุณทำไว้ก็เป็นได้ รวบรวมเหตุแห่งกรรม รวมไปถึงการแก้กรรมเพื่อเป็นหนทางให้กับผู้ที่อยากหาคำตอบว่า "ทำไมไม่รวยสักที"

เกิดจากการกระทำดังต่อไปนี้
1.เคยเอาเงินเขามาในชาติอดีตแล้วไม่คืน
2.ปล่อยกู้คิดดอกเบี้ยแพง
3.คดโกงคนอื่น
4.ยุยงให้คนเสียเงิน

วิธีแก้กรรม
1.พยายามทำบุญอุทิศส่วนกุศล ทุกวันเกิด ให้ผู้ที่เคยล่วงเกินกันมาตั้งแต่อดีตชาติ ปัจจุบันชาติ ให้ได้รับกุศลและอโหสิกรรมซึ่งกันและกัน
2.หากมีคนที่ล่วงเกินยังมีชีวิตอยู่ หาเงินไปคืนและขออโหสิกรรม เพื่อชีวิตเราจะได้ดีขึ้นต่อไป
3.ตักบาตรวันโกน อุทิศให้เจ้ากรรมนายเวรและวิญญาณเด็กที่ตามมาให้ได้รับกุศล และเปิดทางให้ชีวิตดีขึ้น
4.ทำกุศลกับผู้มีพระคุณและช่วยคนไว้ เพื่อยามทุกข์ยากจะได้มีคนมาเหลียวแล และดูแลเราบ้าง
5.สวดมนต์ทุกวันเกิด และแผ่เมตตาให้เจ้ากรรมนายเวรให้ได้รับกุศลและอโหสิกรรมซึ่งกันและกัน

เเท็กที่เกี่ยวข้อง

 

วันจันทร์ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2562

เตือน! นายจ้าง ห้ามบังคับลูกจ้างทำงานวันหยุด หากจำเป็นต้องได้รับความยินยอมและต้องจ่ายค่าทำงานด้วย


เตือน! นายจ้าง ห้ามบังคับลูกจ้างทำงานวันหยุด หากจำเป็นต้องได้รับความยินยอมและต้องจ่ายค่าทำงานด้วย

นายอนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดเผยว่า พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 กำหนดห้ามไม่ให้นายจ้างให้ลูกจ้างทำงานในวันหยุด เพื่อให้ลูกจ้างได้มีโอกาสพักผ่อนหรือทำกิจธุระ  


อย่างไรก็ตามหากนายจ้างมีความจำเป็นต้องให้ลูกจ้างทำงานในวันหยุดเพื่อประโยชน์แก่การผลิต จำหน่าย และบริการ อาจให้ลูกจ้างทำงานได้ แต่ต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้างก่อนเป็นคราวๆ ไป


ทั้งนี้เมื่อให้ลูกจ้างทำงานแล้วนายจ้างจะต้องจ่ายค่าทำงานในวันหยุดให้กับลูกจ้าง โดยจ่ายไม่น้อยกว่า 1 เท่า ของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงานตามจำนวนที่ทำ สำหรับลูกจ้างที่มีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันหยุดหรือลูกจ้างรายเดือน และจ่ายไม่น้อยกว่า 2 เท่า สำหรับลูกจ้างที่ไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันหยุดหรือลูกจ้างรายวัน
      

นายอนันต์ชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า กรณีที่นายจ้างฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามกฎหมายจะมีโทษสูงสุดคือ จำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ


กสร. จึงขอให้นายจ้างปฏิบัติให้ถูกต้อง หากมีข้อสงสัยหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสอบถามได้ที่ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 ถึง 10 สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดทุกจังหวัด หรือโทรศัพท์สายด่วน 1506 กด 3

วันพุธที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

ชาวกรุงมีเฮ! รถไฟฟ้าขึ้นฟรี 4-6 พ.ค. 62 นี้

รถไฟฟ้าส่วนขยายขึ้นฟรี 4-6 พ.ค. 62

กทม.ฟรีส่วนขยาย 4-6 พ.ค.62
นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ. ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ BTSC เปิดเผยว่า บริษัทร่วมกับ กทม. กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานระบบขนส่งมวลชนทางรางบีทีเอสโกรท ร่วมแสดงความจงรักภักดี และอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน ที่จะร่วมในพิธี และเฝ้ารับเสด็จ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เนื่องในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ในช่วงวันที่ 4-6 พ.ค.62 โดยบริษัทจะจัดให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอสและรถโดยสารด่วนพิเศษ บีอาร์ที ฟรี ตลอดเส้นทาง ในวันที่ 5 พ.ค.62 ตั้งแต่เวลา 06.00-24.00 น. โดยผู้โดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอส และผู้โดยสารรถโดยสารด่วนพิเศษ บีอาร์ที สามารถกดรับตั๋วโดยสารฟรีได้ทุกสถานี สำหรับผู้ใช้บัตรแรบบิทแบบเติมเงิน ระบบจะไม่ตัดเงินในวันดังกล่าว แต่สำหรับผู้โดยสารที่ใช้บัตรแรบบิทประเภทเติมจำนวนเที่ยว ต้องกดรับตั๋วโดยสารเที่ยวเดียวจากตู้จำหน่ายตั๋วได้ทุกสถานี ทั้งนี้ กทม.ได้ประกาศยกเว้นค่าโดยสารในส่วนต่อขยาย ตั้งแต่สถานีอ่อนนุช-สถานีเคหะฯ และสถานีวงเวียนใหญ่-สถานีบางหว้า ฟรีตั้งแต่วันที่ 4-6 พ.ค.62 อีกด้วย
นายสุรพงษ์กล่าวว่า ในวันที่ 2 พ.ค. บริษัทได้ร่วมกับมูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ สมาคมผู้ประกอบวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ จัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่ 10 “132 โครงการพระราชดำริ ดับทุกข์เข็ญประชาชน” เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ตั้งแต่วันที่ 2-10 พ.ค.62 ณ ทางเดินเชื่อมระหว่างสถานีสยามและสถานีชิดลม บริเวณหน้าอาคารอัมรินทร์พลาซ่า และศูนย์ การค้าเกษร.
  • 4-6 พ.ค. 62 : เดินทางฟรี! เส้นทางส่วนต่อขยาย สายสุขุมวิท ช่วงสถานีอ่อนนุช-เคหะฯ และสายสีลมช่วง สถานีวงเวียนใหญ่-บางหว้า ถ้าหากเดินทางในเส้นทางปกติ(หมอชิต-อ่อนนุช และสนามกีฬาแห่งชาติ-วงเวียนใหญ่) จะเสียค่าโดยสารตามปกติ เริ่มต้น 16-44 บาท

วันพุธที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2562

วิธีขจัดความเครียด คลายอารมณ์

วิธีขจัดความเครียด คลายอารมณ์

 เมื่อรู้ตัวว่าเครียดแล้ว ก็ถึงเวลาคลายเครียด ซึ่งมีหลากหลายวิธี สามารถเลือกไปใช้ได้ตามความเหมาะสมและความพอใจส่วนตัว
วิธีที่ 1 หันเหความสนใจ ด้วยการอ่านหนังสือ ฟังเพลง ออกกําลังกาย ดูหนัง หรือทํางานอดิเรกที่ชอบ แม้จะไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาโดยตรง แต่ก็เป็นวิธีที่ง่ายในการลดความเครียด ทําให้เรากลับมามีสติอยู่กับตนเองและค้นพบทางออกได้เพิ่มขึ้น
วิธีที่ 2 ผ่อนคลาย / ควบคุมความเครียด เป็นวิธีที่สามารถใช้ขณะเกิดความเครียดและยังไม่สามารถหาทางแก้ปัญหาได้ เทคนิคนี้จะเป็นการช่วยบรรเทาความเครียดที่มีอยู่ให้ลดระดับลง นั่นก็คือผ่อนคลายกล้ามเนื้อ เมื่อเกิดความเครียดร่างกายจะเกิดปฏิกิริยาทําให้กล้ามเนื้อ ไม่ว่าจะเป็นบริเวณที่ต้นคอหลังหรือว่าไหล่ หดเกร็งโดยไม่รู้ตัว ทําให้เกิดความเจ็บปวดได้ ทางแก้ก็คือการฝึกเกร็งและคลายกล้ามเนื้อ 10 กลุ่มทั่วร่างกายเริ่มตั้งแต่
มือและแขน โดยกํามือ เกร็งแขน และคลาย ทั้งซ้ายและขวา
หน้าผาก โดยเลิกคิ้วสูงแล้วคลาย ขมวดคิ้วแล้วคลาย
ตา แก้ม จมูก โดยหลับตาแน่น ย่นจมูกแล้วคลาย
ขากรรไกร ลิ้น ริมฝีปาก โดยกัดฟัน ใช้ลิ้นดันเพดานปากแล้วคลาย เม้มปากแน่นแล้วคลาย
คอ โดยก้มหน้าให้คางจดคอแล้วคลาย เงยหน้าจนสุดแล้วคลาย
อก ไหล่ และหลัง โดยหายใจเข้าลึกๆ กลั้นไว้แล้วคลาย ยกไหล่สูงแล้วคลาย
หน้าท้องและก้น โดยแขม่วท้องแล้วคลาย ขมิบก้นแล้วคลาย
เท้าและขา โดยเหยียดขา งอนิ้วเท้าแล้วคลาย เหยียดขาและกระดกปลายเท้าแล้วคลาย ทั้งด้านซ้ายและขวาให้ระยะเวลาที่เกร็งกล้ามเนื้อน้อยกว่าระยะเวลาที่ผ่อนคลายอาจเลือกปฏิบัติเฉพาะส่วนที่เป็นปัญหาเท่านั้นก็ได้

ฝึกหายใจ 
เมื่อเกิดความเครียด ร่างกายจะมีการหายใจที่เร็วขึ้น ซึ่งอาจทําาให้ได้รับออกซิเจนไปเลี้ยงไม่เพียงพอ การฝึกหายใจเข้าออกช้าๆ ลึกๆ โดยใช้กล้ามเนื้อกระบังลมจะช่วยให้สามารถสูดอากาศเข้าปอดได้มากขึ้นและควบคุมให้หัวใจเต้นช้าลง สมองแจ่มใส เพราะได้ออกซิเจนไปเลี้ยงสมองมากขึ้น ลองทําาตามดังนี้
                นั่งในท่าที่สบาย หลับตาลง เอามือประสานกันไว้บริเวณท้อง ค่อยๆ หายใจเข้าพร้อมกับนับเลข 1 ถึง 4 เป็นจังหวะช้าๆ ให้มือรู้สึกว่าหน้าท้องพองขึ้น จากนั้นกลั้นหายใจไว้ชั่วครู่ นับ 1 ถึง 4 เป็นจังหวะช้าๆ เช่นเดียวกับเมื่อหายใจเข้า แล้วค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออก โดยนับ 1 ถึง 8 จนลมออกหมดแล้วหน้าท้องแฟ่บลง และทําาซ้ำอีก โดยให้ช่วงที่หายใจออกนานกว่าช่วงที่หายใจเข้าควรทําติดต่อกันประมาณ 4-5 ครั้ง และควรทําทุกครั้งที่รู้สึกเครียด
ทําสมาธิ
เป็นวิธีที่ได้ผลดีในการบําบัดความเครียด หลักการทําสมาธิก็คือ การเอาใจไปจดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งเพียงอย่างเดียวด้วยการใช้วิธีนับลมหายใจเป็นหลัก เริ่มต้นจากการนั่งในท่าที่สบายจะนั่งขัดสมาธิ นั่งพับเพียบ หรือนอนก็ได้ จากนั้นให้หลับตาแล้วหายใจเข้าออกช้าๆ เริ่มทําาสมาธิด้วยการนับลมหายใจเข้า 1 หายใจออก 1 นับไปเรื่อยๆ จนถึง 5 ต่อจากนั้น ให้เริ่มนับ 1 ใหม่ จนถึง 6 แล้วกลับไปเริ่มต้นใหม่จนถึง 7 ทําเช่นนั้นไปเรื่อยๆ จนครบ 10 ถือเป็น 1 รอบ
วิธีที่ 3 อาหารต้านเครียด
อาหารหลายชนิดมีสรรพคุณช่วยคลายเครียดได้ อาทิ
ผักและผลไม้สด เต็มไปด้วยสารอาหารที่ช่วยในกระบวนการลดความเครียดอาทิ กลุ่มวิตามินบีและแมกนีเซียมที่ช่วยบํารุงประสาทและสมอง ทําให้รู้สึกผ่อนคลายหรือเลือกทานผักผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง เช่น ส้ม ฝรั่ง มะนาว ใบตําลึง ผักโขม ฯลฯ เพราะวิตามินซีช่วยลดฮอร์โมนความเครียด และทําาให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทํางานดีขึ้น โดยเฉพาะการช่วยลดระดับฮอร์โมนคอร์ติซอลที่ถูกขับออกมาในขณะที่ร่างกายมีความเครียด
อาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน อาทิ เผือก มัน มันฝรั่ง มันเทศ ฟักทอง ข้าวซ้อมมือ ข้าวกล้อง ลูกเดือย ฯลฯ ซึ่งมีส่วนช่วยให้สมองหลั่งสารสื่อประสาทชื่อเซโรโทนินที่ทําให้สามารถควบคุมอารมณ์ ลดความวิตกกังวล ลดความโกรธและซึมเศร้า และช่วยทําให้ระดับน้ำตาลในเลือดคงที่ อารมณ์มั่นคง ร่างกายไม่อ่อนเพลีย ดีกว่าการเลือกทาน คาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยวจําพวกน้ำตาลและน้ำหวานที่ไม่ดีต่อสุขภาพในระยะยาว
อาหารหรือเครื่องดื่มสมุนไพร เช่น ขิง ข่า ตะไคร้ กระเทียม ขมิ้น ใบบัวบก เก็กฮวย ฯลฯ ช่วยลดความตึงเครียด ผ่อนคลายระบบประสาท และลดอาการปวดกล้ามเนื้อและไขข้อเมื่อมีภาวะเครียด
ปลาทะเล กรดไขมันโอเมก้า-3 ที่มีอยู่ในปลาทะเล ช่วยให้ร่างกายรับมือกับความเครียดและควบคุมสติได้ดีกว่าการไม่ได้รับสารโอเมก้า-3 
นมหรือผลิตภัณฑ์จากนม เช่น นมเปรี้ยว โยเกิร์ต ฯลฯ เพราะนมเป็นแหล่งสารแคลเซียมและแมกนีเซียมสูง ที่ช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย ลดอาการเกร็งตัวของระบบประสาท
ถั่วเปลือกแข็ง อุดมด้วยวิตามินอี สารต้านอนุมูลอิสระ และกรดไขมันที่จําาป็นต่อร่างกาย ช่วยป้องกันความเครียดที่เกิดจากปฏิกิริยาของอนุมูลอิสระ อาทิ มลพิษ รังสีความร้อน และอาหารไขมันสูง เป็นต้น
น้ำเปล่า เพราะเมื่อร่างกายขาดน้ำจะส่งผลให้เกิดความเครียด ทําให้ระบบในร่างกายทํางานได้ไม่เต็มที่

ความเครียดไม่ใช่โรค แต่ก็อาจก่อให้เกิดโรคและผลข้างเคียงตามมาได้


วันจันทร์ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2561

ชาวเน็ตแห่ชื่นชมแท๊กซี่! ช่วยเหลือคุณแม่ที่กำลังป่วย






ช่วยยื้อชีวิต “แท็กซี่” ประสาน จส.100 ในช่วงเวลาเร่งด่วน พาคนเจ็บหนักส่งโรงพยาบาล  มอเตอร์ไซค์ ตุ๊กๆ ช่วยขวางสี่แยก ให้แท๊กซี่พาผ่าทุกไฟแดง เปิดกระจกพร้อมตะโกนขอทางจนถึงตึกฉุกเฉินถึงมือหมอเส้นยาแดงผ่าแปด

เรื่องราวดีๆ ของคนไทยน้ำใจงาม ที่ควรประกาศคำยกย่องครั้งนี้ เกิดขึ้น เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2559  มีผู้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว Wirat Sawangarom‎ ระบุว่า

ฉันได้รับโทรศัพท์จากแม่ว่า แน่นหน้าอกหายใจไม่ออก มีป้าข้างบ้านมาช่วยนวดให้อยู่ ฉันจึงติดต่อพี่สาว แต่ติดต่อไม่ได้ทุกช่องทางการสื่อสาร ฉันตัดสินใจนั่งรถแท๊กซี่กลับบ้าน เพราะรู้นิสัยแม่ดี ถ้าแม่ไม่รู้สึกว่าแย่มากๆ จะไม่รบกวนลูกเลย โดยเฉพาะเวลาทำงาน ใจฉันถึงบ้านแล้ว แต่ตัวยังติดอยู่บนถนน

เมื่อถึงบ้าน เห็นแม่นั่งและมีคุณป้าข้างบ้านกำลังนวดให้อยู่ แม่ทักว่า มาแล้วเหรอ แล้วอุ๊ล่ะ (พี่สาวของฉัน) ฉันบอกกับแม่ว่า เดี๋ยวพี่อุ๊มา แม่บอกว่า แน่นหน้าอก หายใจไม่ค่อยออก ฉันจึงช่วยนวดให้แม่อย่างที่เคยทำ พร้อมทั้งชงยาหอมให้กับแม่ แต่อาการก็ไม่ดีขึ้น

พี่สาวฉันมาถึงพอดี จึงตัดสินใจพาแม่ไป รพ. บอกกับแม่ว่า ไปหาหมอกัน พวกเราออกจากบ้านในช่วงเวลาที่หาแท๊กซี่ยากมากๆ โชคดีที่เจอแท๊กซี่คันหนึ่ง จึงเล่าเรื่องให้ฟังคร่าวๆ แท๊กซี่จึงช่วยโทรประสาน จส.100 ขอเส้นทางที่โล่งที่สุด แต่เวลานั้นทางด่วนรถติดมาก จึงตัดสินใจใช้ทางราบ

ฉันหันไปมองแม่ที่ด้านหลัง เห็นแม่ตาค้าง พูดสั่นๆ ว่า หายใจไม่ออก แท๊กซี่โทรประสานกับ จส.100 อีกครั้ง บอกว่า มีคนป่วยอายุ 81 หายใจไม่ออก

แท๊กซี่พาเราผ่าไฟแดงทุกไฟแดง ฉันเปิดกระจกพร้อมตะโกนว่า ขอทางหน่อยค่ะ มีคนป่วยอยู่ในรถ คนไทยมีน้ำใจจริงๆค่ะ พี่มอไซค์คันหนึ่งช่วยขับรถไปขวางที่สี่แยกที่เป็นไฟเขียว ฉันบอกกับแม่ว่า สู้ๆ นะแม่ อีกสองสี่แยกก็ถึง รพ.แล้ว

ตอนนั้นแม่ตาค้างแล้ว แท๊กซี่จึงตัดสินใจขับรถสวนทางขึ้นมา ขณะเดียวกันฉันก็โผล่ออกไปจากรถครึ่งตัว ตะโกนว่า ขอทางหน่อยๆ มีคนป่วยอยู่ในรถ

คนไทยมีน้ำใจจริงๆค่ะ มีพี่มอไซค์และพี่คนขับตุ๊กๆ ช่วยขับรถไปขวางมี่สี่แยก ส่วนพี่คนขับแท๊กซี่ก็เหยียบคันเร่ง จนถึงตึกฉุกเฉิน นำพาแม่ถึงมือหมอโดยสวัสดิภาพ

ฉันมอบค่ารถให้กับคนขับแท๊กซี่จำนวนหนึ่ง แต่พี่แท๊กซี่เค้าไม่รับ ฉันบอกว่า ให้เก็บไว้เถอะ ถึงแม้มันจะมีมูลค่าไม่มากเมื่อเทียบกับชีวิตบุคคลอันเป็นที่รักของฉัน

ฉันต้องการประกาศคุณงามความดี ให้ทุกคนรู้ว่า ท่ามกลางความยุ่งเหยิงของโลกใบนี้ ยังมีคนดีๆอยู่ให้ชื่นใจ

กี่หมื่นกี่แสนล้านคำ ก็ไม่สามารถเทียบได้กับนำ้ใจ ที่คนขับแท๊กซี่มอบให้กับแม่ ตอนนี้แม่ปลอดภัยแล้วค่ะ หลังจากเข้ารับการผ่าตัดหัวใจ ในวัย 81 ปี

ขอขอบคุณ คุณสมบัติ จิตต์วัฒนะวงค์ คนขับแท๊กซี่คนดีค่ะ.

..................................................